เมื่อคุณหมอ “ปีนผา” รักษาภูมิแพ้

คุณหมอกิ๊บ โสภิศา โสภณพัฒนาวิสัญญีแพทย์สาวหน้าใส โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ จังหวัดนครนายก นอกจากความเก่งแล้วเธอยังรักสวยรักงาม และเป็น “บิ้วตี้บล็อกเกอร์” ที่สาวๆ ในโลกออนไลน์รู้จักกันในชื่อเพจและอินสตาแกรมSuperGiBZzแต่เห็นอย่างนี้เธอมีปัญหาสุขภาพรุมเร้าค่ะ ทั้งโรคโลหิตจาง และโรคภูมิแพ้ แต่เธอเลือกการปีนผาเพื่อรักษาภูมิแพ้เป็นทางออกให้สุขภาพ

ด้วยวัย 30 ปีตอนนี้ คุณหมอกิ๊บมีมุมมองชีวิตว่า หากคุณพบกีฬาที่ช่วยบำบัดอาการความเจ็บป่วยซึ่งก่อความรำคาญอย่างภูมิแพ้ โลหิตจางและเหนื่อยง่าย ทุกคนจะพบความสุขของชีวิตที่แท้จริง

…และ “การปีนผา” คือทางเลือกเพื่อรักษาภูมิแพ้ของเธอ

เด็กเรียนเก่งเกินร้อยแต่ป่วยบ่อยและเหนื่อยง่าย

คุณหมอเริ่มต้นเล่าถึงชีวิตในวัยเรียนว่า

“กิ๊บเป็นเด็กเรียนตั้งแต่ไหนแต่ไร ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ป่วยเป็นภูมิแพ้ จามตอนเช้า น้ำมูกไหลคันบริเวณหัวตาและมีอาการตาบวม เรียกว่ามีอาการของคนเป็นโรคภูมิแพ้ครบสูตรถึงจะเป็นแบบนี้แต่กิ๊บไม่เคยสนใจดูแลสุขภาพเลย เน้นเรียนเป็นเรื่องหลัก ยิ่งเรียนแพทย์ก็ยิ่งหนักทั้งการเรียนและการดูแลคนไข้

“พอเรียนจบกิ๊บก็ทำงานตลอด นอกจากงานประจำที่เป็นหมอดมยาแล้วยังเป็นอาจารย์แพทย์ แถมยังขึ้นเวรที่โรงพยาบาลเอกชนอีก ปกติตื่น 6 โมงเช้า เริ่มงาน 8 โมงเช้าถึง4 โมงเย็น ช่วงค่ำไปอยู่เวรที่โรงพยาบาลเอกชนตลอดทั้งคืน บางครั้งมีเคสฉุกเฉินเข้ามาจะไม่ได้นอน ดูแลคนไข้เสร็จ ออกเวร 6 โมงเช้า แล้วไปทำงานต่อ 8 โมงเช้า ในช่วงที่อยู่เวรพอมีเวลาว่างก็เขียนบล็อกไปด้วยเรียกว่าแทบไม่มีเวลาพักผ่อน”

ส่วนเรื่องอาหารการกิน คุณกิ๊บเล่าตรงๆ ว่าเธอกินอาหารทั่วไป และไม่เคยออกกำลังกายเพราะกลัวร้อนกลัวเหนื่อยกลัวผิวเสีย จนเป็นภูมิแพ้แต่ในที่สุด หญิงสาวก็พบจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอหันกลับมาดูแลสุขภาพ เพื่อรักษาภูมิแพ้

“เมื่อเกือบ 4 ปีก่อน กิ๊บมีโอกาสไปดูงานที่เยอรมัน ภูมิประเทศแถบนั้นเป็นภูเขาสูงสลับกับเนินสูง เราต้องปั่นจักรยานไปไหนมาไหนตลอด ขณะที่ปั่นขึ้นเนินสูงลูกหนึ่ง กิ๊บรู้สึกเหนื่อยมากคิดว่าไม่ไหวแล้วๆๆ พอดีมีคุณป้าคนหนึ่ง อายุประมาณ 60 ปีปั่นแซงหน้าเราไป โอ้โห้ คุณป้าปั่นตัวปลิวเลยค่ะ และนั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้กิ๊บกลับมาสำรวจตนเองเรื่องสุขภาพมากขึ้น”

เธอเล่าเสริมว่า การเป็นวิสัญญีแพทย์หรือหมอดมยา ทำให้เห็นคุณค่าของเลือดว่าสามารถช่วยชีวิตคนไข้ในภาวะวิกฤตได้ จึงพยายามไปบริจาคเลือดทุกๆ 3 เดือน แต่ผลเจาะเลือดพบว่า เธอมีภาวะโลหิตจางซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าสุขภาพไม่แข็งแรง ทำให้หญิงสาวคิดถึงการออกกำลังกายขึ้นมา อีกทั้งการเป็นแพทย์ทำให้รู้ว่าวิธีนี้คือหนทางสร้างสุขภาพได้อย่างยั่งยืน ประกอบกับต้องดูแลเรื่องอาหารการกินและการพักผ่อนด้วย

 

เมื่อคุณหมอ “ปีนผา” รักษาภูมิแพ้คุณหมอคนสวย หายภูมิแพ้ด้วยการปีนผา

เปลี่ยนสาวสวยบองบางเป็นสาวหุ่นฟิตบอกลาภูมิแพ้

เมื่อต้องออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรงคุณกิ๊บจึงเริ่มหาวิธีออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเอง

“ช่วงแรกลองออกกำลังกายหลายอย่างเช่นพิลาทิส โยคะ และวิ่ง สุดท้ายเห็นเพื่อนชาวต่างชาติไปปีนหน้าผาจริงก็อยากลองปีนบ้าง สองครั้งแรกไปปีนหน้าผาจำลอง ไม่ค่อยชอบ ปีนไม่ถนัด เพราะตัวเองไม่แข็งแรง แต่พอครั้งที่สาม ไปลองปีนหน้าผาจริงที่จังหวัดกระบี่ โอ้โห…ติดใจเลยค่ะ”

จากคุณหมอสาวสวยรูปร่างผอมบางที่มีงานอดิเรกยามว่างเป็นบล็อกเกอร์ความงาม เปลี่ยนมาเป็นนักกีฬาปีนหน้าผาผู้ทุ่มเท เธอเล่าถึงมุมมองที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับการรักษาภูมิแพ้ว่า การปีนผาเป็นมากกว่ากีฬาเพราะสามารถเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง จากที่เคยเป็นหญิงสาวรูปร่างบอบบางและรักสวยรักงามเช่นเดียวกับผู้หญิงคนอื่นๆ ให้หันกลับมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ด้วยการปรับจากกินอาหารทั่วไปเปลี่ยนมากินอาหารคลีนและออกกำลังกายด้วยการยกเวทและวิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ

เมื่อปรับวิถีชีวิตครบทุกด้าน อาการของโรคภูมิแพ้ก็ค่อยๆ ลดลงจนหายเป็นปลิดทิ้งภายในระยะเวลาฝึกปีนผาไม่ถึง 1 ปี คุณกิ๊บเสริมว่านิยามความงามในใจเธอ ณ ขณะนี้ คือ หุ่นฟิต สุขภาพแข็งแรง และปลอดโรคภูมิแพ้ทุกวันนี้ เธอทุ่มเทฝึกปีนผาอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน ชี้ให้ดูร่องรอยตามแขนขาที่เปรียบเสมือนเหรียญกล้าหาญของนักปีนผาพร้อมยิ้มอย่างสดใส

“เอาจริงๆ กิ๊บยังรักสวยรักงามเหมือนเดิมนะคะ แต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือเราอยากมีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น อยากพัฒนาตัวเองให้ออกไปปีนหน้าผาจริงที่ เร็ดริเวอร์ กอร์จ ในสหรัฐอเมริกา คิดว่าจะไปอยู่ที่นั่นหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ขนาดไปเที่ยวตามภูตามดอยในไทยยังไม่ไปเลยค่ะกลัวร้อนกลัวเหนื่อย

“การปีนหน้าผาสอนให้เรารู้ว่า ถ้าชอบอะไร ใจเราจะยอมทำได้ทุกอย่างและได้ของแถมเป็นสุขภาพแข็งแรงไม่มีอาการภูมิแพ้ ไม่เหนื่อยไม่ป่วยง่าย ตอนนี้ดูสิคะ แม้ตามตัวจะมีแผลถลอก ผิวคล้ำ หรือมีเส้นเลือดปูดๆ แต่กิ๊บก็ยอม จะข้ามน้ำข้ามทะเลก็ยอม เพราะเรามีความสุขทุกนาทีที่ห้อยตัวอยู่บนเส้นเชือกค่ะ”

เมื่อคุณหมอ “ปีนผา” รักษาภูมิแพ้สุขภาพแข็งแรงหลังค้นพบหัวใจตนเอง

การปีนผาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แถมคุณกิ๊บยังเป็นวิสัญญีแพทย์และอาจารย์แพทย์ ตารางชีวิตจึงแน่นอยู่ตลอดเวลา แต่เธอกลับยิ้มรับและบอกเคล็ดลับในการออกกำลังต่อเนื่องจนโรคภูมิแพ้ไม่กล้ำกรายอีกเลยว่า

“กิ๊บปีนผาแล้วมีความสุขค่ะ ใจเราจดจ่อกับการปีนก้าวต่อไป ทำให้หยุดคิดเรื่องงาน สงบและกลับมาอยู่กับตัวเองและผ่อนคลายได้จริงๆ กิ๊บมองเราน่าจะมีกีฬาที่ถูกใจแตกต่างกัน ดังนั้น ถ้าอยากสุขภาพแข็งแรงห่างไกลหมอไกลโรคพยาบาลขอให้ลองสำรวจดูค่ะถ้าคุณเจอกีฬาที่ชอบก็จะมุ่งมั่นและจัดสรรเวลามาออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องเอง ไม่ต้องรอให้ป่วยและมีหมอแบบกิ๊บกับเพื่อนๆ ร่วมวิชาชีพมาเตือนคุณว่าต้องไปออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งนะคะต้องกินอาหารแบบนี้ๆ พักผ่อนแบบนี้ อะไรทำนองนั้น”

นอกจากความสุขใจที่ได้รับทุกวันหลังปีนผา คุณกิ๊บอธิบายว่าแอบเก็บความภูมิใจเล็กๆ ไว้ว่า ผ่านมาเกือบหนึ่งปีแล้ว แต่เธอเองยังสนุกกับการปีนผาอยู่และวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อที่จะได้ไปปีนผาต่อไปเรื่อยๆ ณ จุดปีนผาชื่อดังทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเจ้าตัวกล่าวทิ้งท้ายว่า

“ถ้าเรามีแพสชั่น (Passion)กับอะไรแล้ว จะอยากทำอยากเปลี่ยนตัวเองด้วยความสมัครใจและรู้สึกสนุกไปด้วย ซึ่งสิ่งนี้จำเป็นต้องค้นหาด้วยตัวเอง เหมือนพี่แมร์ (คุณกาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ) ที่ค้นพบโยคะและพิลาทิสส่วนกิ๊บค้นพบการปีนผา

“กิ๊บเชื่อว่าเราทุกคนเปลี่ยนวิถีชีวิตกลายเป็นคนใหม่ที่มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจได้แน่นอนอย่างตอนนี้กิ๊บเองก็ฟิตขึ้น ไม่เหนื่อยง่ายเหมือนเมื่อก่อน ที่ดีที่สุดคืออาการโรคภูมิแพ้ไม่เคยโผล่มากวนใจอีกเลย”

 เมื่อค้นพบกิจกรรมหรือกีฬาที่รักพร้อมทุ่มเทแรงกายแรงใจปรับปรุงวิถีชีวิตให้ครบทุกด้านและลงมือทำอย่างต่อเนื่องเอาจริงเอาจัง ย่อมมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นของขวัญให้กับชีวิตได้อย่างยั่งยืน

ดังเช่นที่คุณหมอสาวนักปีนผาท่านนี้ได้รักษาภูมิแพ้สำเร็จมาแล้ว

Did you know?

6 โรค

คือ กลุ่มโรคที่ ซีดีซี หรือ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ประเทศสหรัฐอเมริกา (The Centers for Disease Control and Prevention) ระบุว่า การปีนผาช่วยลดความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือดสูง โรคที่เกิดจากภาวะเครียด และโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้

ดังนั้น จึงมีส่วนช่วยลดโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ได้เช่นกัน เหมือนที่คุณหมอกิ๊บเป็นตัวอย่างให้เราค่ะ