ไขความลับ คอลลาเจน ที่คุณ(ไม่)รู้

คอลลาเจนคืออะไร ? คอลลาเจนคือ โปรตีนชนิดหนึ่งช่วยเสริมสร้างผิวหนังให้แข็งแรงและเรียบตึง

คอลลาเจนคืออะไร ? เมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวอียิปต์รู้จักการเผาหนังและกระดูกสัตว์เพื่อนำสารเหนียวที่ได้มาใช้เป็นกาวสำหรับติดวัตถุต่างๆ ต่อมาเมื่อถึงกลาง ค.ศ. 30 วงการวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างเกี่ยวพันกันเป็นเส้นยาวและมีความเหนียวยืดหยุ่น เพียงไม่นานทั้งโลกก็ได้รู้จักเจ้าสารเหนียวหรือโปรตีนที่ว่านี้ในชื่อของ คอลลาเจน

ไขความลับ คอลลาเจน ที่คุณ(ไม่)รู้

คอลลาเจน โปรตีนที่มากกว่าความแข็งแรง

ร่างกายของคนเรามีโปรตีนที่คอยช่วยเหลือในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่รู้ไหมคะว่า คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่านั้น

รองศาสตราจารย์ นายแพทย์นภดล นพคุณ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยอธิบายถึงคอลลาเจนว่า

“คอลลาเจน (collagen) เป็นเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบในสัตว์ โดยเฉพาะในเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของผิวหนังกระดูก เส้นเอ็น หลอดเลือด เส้นประสาท และต่อมขนหรือต่อมเหงื่อ

“คอลลาเจนทำหน้าที่ร่วมกับเส้นใยอีลาสตินและกรดไฮยาลูโรนิก ช่วยให้เนื้อเยื่อมีความแข็งแรง ยึดอวัยวะภายในร่างกายให้อยู่ด้วยกันภายในชั้นผิวหนังแท้ ที่สำคัญคือ ช่วยเสริมสร้างผิวหนังให้แข็งแรงและเรียบตึง หากร่างกายขาดคอลลาเจนจะทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึงตลอดจนมีผลต่อระบบต่างๆ ที่สัมพันธ์กับคอลลาเจน”

คลิกเพื่ออ่านต่อที่หน้าถัดไป

ปัจจัยร้ายทำลายคอลลาเจน

ตัวการสลายปริมาณคอลลาเจนหรือทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติขึ้นมาแทนที่มีทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ดังนี้

อายุ ถือเป็นปัจจัยภายในที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนจะเสื่อมไปตามอายุที่มากขึ้นทำให้สร้างคอลลาเจนลดลง

Solution : กินอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารประเภทโปรตีน อาหารที่อุดมด้วยสารแอนติออกซิแดนต์ และวิตามิน ออกกำลังกายกระชับผิว พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ

ไขความลับ คอลลาเจน ที่คุณ(ไม่)รู้

แสงแดด ทั้งรังสี UVA และ UVB โดยเฉพาะรังสี UVA เนื่องจากมีคลื่นยาวที่สามารถลงไปลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ จึงไปทำลายคอลลาเจน แล้วสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติขึ้นมามากเกินไปจนเกิด

เป็นริ้วรอยและตีนกา นอกจากนี้เมื่อผิวถูกแสงแดดจะเกิดฟรีแรดิคัลขึ้นซึ่งเป็นตัวการทำลายคอลลาเจน

Solution : หลีกเลี่ยงแสงแดด?ควรใช้ครีมกันแดดที่ป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB โดยเลือกที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 50 ขึ้นไป ควรทาให้หนาพอสมควรและทาซ้ำบ่อยๆ นอกจากนี้ควรกางร่ม สวมหมวก และสวมเสื้อผ้าที่ช่วยปกปิดร่างกายจากแสงแดด

การสูบบุหรี่ นอกจากบุหรี่ทำให้เกิดฟรีแรดิคัลแล้ว สารนิโคตินยังเพิ่มเอนไซม์แมทริกซ์เมทัลโลโปรตีเนส (matrix – metalloproteinase) ซึ่งไปรบกวนการสร้างคอลลาเจนและทำให้คอลลาเจนแตกตัว

Solution : งดสูบบุหรี่?เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทำลายคอลลาเจน

คลิกเพื่ออ่านต่อที่หน้าถัดไป

โรคคอลลาเจนผิดปกติก็มีนะ

แม้คอลลาเจนจะมีข้อดีหลากหลาย แต่หากร่างกายของเรามีมากหรือน้อยเกินก็ก่อโรคได้เช่นกัน

คุณหมอนภดลกล่าวถึงโรคที่เกิดจากความผิดปกติของคอลลาเจนว่ามีหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นปัญหาทางพันธุกรรม และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องเผชิญ

กับโรคดังกล่าว โรคที่พบบ่อย เช่น

โรคหนังยืดผิดปกติ (Ehlers – Danlos Syndrome) เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถสร้างคอลลาเจนได้ เนื้อเยื่อผิวหนังจึงไม่ยึดติดกัน ทำให้ผิวหนังยืดยาวผิดปกติ เส้นเลือดเปราะ ฟกช้ำง่าย และข้อต่อหักงอได้มากกว่าปกติ

โรคหนังแข็ง (Scleroderma) เป็นภาวะที่ภูมิต้านทานร่างกายทำงานมากผิดปกติ ส่งผลให้ผิวหนังสร้างคอลลาเจนมากเกินไปร่างกายจึงตึงแข็ง ผิวหนังเป็นสีดำ หนาตึง และเรียบ ตลอดจนหลอดอาหารตึงทำให้กลืนอาหารไม่สะดวก พบมากในภาคตะวัน-ออกเฉียงเหนือ

โรคเกี่ยวกับผิวหนังอื่นๆ เกิดจากภาวะการขาดวิตามินซีหรือโรคบางชนิดที่ส่งผลให้ผิวหนังอักเสบ เช่น ซิฟิลิส เรื้อน หรือผื่นอักเสบ ทำให้คอลลาเจนถูกทำลาย จนทำให้ผิวหนังมีลักษณะห้อยย้อยเป็นถุง

ไขความลับ คอลลาเจน ที่คุณ(ไม่)รู้

หลากข้อควรรู้ ของผู้บริโภค รู้ใช้คอลลาเจนเพื่อความปลอดภัย

  1. ก่อนฉีดคอลลาเจนควรทดสอบการแพ้สองครั้ง โดยฉีดเข้าที่ใต้ผิวหนังแล้วสังเกตอาการแพ้ภายใน 2 วัน จากนั้นฉีดซ้ำอีกครั้งในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา หากไม่แพ้จึงเริ่มฉีดได้ แต่เมื่อฉีดแล้วยังอาจมีโอกาสแพ้เช่นกัน
  2. ในการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผสมคอลลาเจน ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้โดยทาเครื่องสำอางไว้ที่ท้องแขน แล้วสังเกตอาการแพ้ภายใน 1 – 2 วัน หากมีผื่นคันไม่ควรใช้
  3. ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์คอลลาเจนทุกชนิดควรอ่านฉลากโดยละเอียด?และเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากสงสัยประการใดสามารถสอบถามไปยัง อย.ได้

ได้ความรู้เรื่องคอลลาเจนแล้ว อย่าลืมนำไปใช้ด้วยนะคะ

 

ข้อมูลจาก : นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 288